ยินดีต้อนรับธรรมมิกชนสู่....เครือข่ายและสังคมดาวดึงส์เสมือนจริงของทุกท่าน
ดวงจิตสวยใส ใจร่มเย็น ดวงตาเห็นธรรม
ร่วมกันสร้างสรรค์โลกของเรา สู่โลกศิวิไลซ์


รวมพลังใจปวงชนชาวไทยให้เป็นหนึ่งเดียว
น้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ


ทีมงานเว็บบอร์ดพลังใจดอทคอม และสมาชิก

อธิบายการแต่งกลอนแปดสุภาพ

(1/7) > >>

วสุธรรม:


พระครูเกษมทัศนคุณ (สมชัย เขมทสฺสี)


กาพย์ โคลง กลอน กลอนกลบท คติธรรม สารคดี ฟื้นฟูระบบนิเวศ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

Permalink : http://www.oknation.net/blog/kondee007







อธิบายกลอนแปดสุภาพ

 

     กลอนแปดสุภาพนั้น บทหนึ่งมี ๒ คำกลอน หนึ่งคำกลอนมี ๒ วรรค

แต่ละวรรคมี ๘ คำ

การสัมผัส

ให้คำสุดท้ายวรรคแรก(วรรคสดับ) ไปสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือ ๕ ของวรรคที่ ๒

(วรรครับ)

ให้คำสุดท้ายวรรคที่สอง(วรรครับ) ไปสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓

(วรรครอง)

ให้คำสุดท้ายของวรรคที่สาม(วรรครอง) ไปสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือ ๕ ของวรรคที่

สี่(วรรคส่ง)

การสัมผัสระหว่างบท หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การสัมผัสเชื่อมร้อยระหว่างบท” 

     การเชื่อมสัมผัสระหว่างบท ให้คำสุดท้ายของวรรคทึ่สี่ คือ วรรคส่ง ไปสัมผัส

กับคำสุดท้ายของวรรคที่สอง คือวรรครับของบทถัดไป ให้แต่งเชื่อมบทอย่างนี้

เรื่อยไปจนจบเนื้อความตามที่ต้องการ

 

การบังคับสัมผัส

     มีข้อบังคับสัมผัสนอก ๓ แห่ง คือ ในบท ๒ แห่ง และสัมผัสเชื่อมระหว่างบท

๑ แห่ง และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าจะสัมผัสสระ หรือพยัญชนะเพื่อความไพเราะในบท

เดียวกัน ก็จักทำให้กลอนแต่ละบทมีความไพเราะเสียงกลมกลืนยิ่งขึ้น

 

     ข้อบังคับ เรื่องการกำหนดเสียงวรรณยุกต์ ในคำสุดท้ายของแต่ละวรรค มีดังนี้

 

คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ ใช้เสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา แต่ไม่นิยมสามัญ

คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ห้ามใช้เสียง สามัญ และตรี นิยมใช้ จัตวา เป็นส่วนมาก

คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ ใช้เสียง สามัญ หรือ ตรี ห้ามใช้ เอก โท จัตวา

คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ใช้เสียงสามัญ หรือ ตรี ห้ามเสียง เอก โท จัตวา ส่วน

มากนิยมเสียงสามัญ

     ดังแผนผังสัมผัสต่อไปนี้

 



ผังบังคับสัมผัส

 

     ผังสัมผัสบังคับ และสัมผัสสระ สัมผัสอักษรเพื่อความไพเราะ  หรือจะเรียกว่า

มีทั้งการสัมผัสนอกและสัมผัสใน ดังแผนผังการแต่งกลอนของ ท่านพระสุนทร

โวหาร หรือ ท่านสุนทรภู่ มีกลเม็ดวิธีสัมผัสดังนี้

 

ผังสัมผัสบังคับรวมทั้งสัมผัสอักษร(พยัญชนะ) และสัมผัสสระเพื่อความไพเราะ

 



ตัวอย่างการสัมผัส กลอนแปดสุภาพ ของท่านสุนทรภู่ ดังต่อไปนี้

 

         ถึงม้วยดิน สิ้นฟ้า มหาสมุทร          ไม่สิ้นสุด ความรัก สมัครสมาน

     แม้นเกิดใน ใต้หล้า สุธาธาร               ขอพบพาน พิศวาส ไม่คลาดคลา

     แม้เนื้อเย็น เป็นห้วง มหรรณพ            พี่ขอพบ ศรีสวัสดิ์ เป็นมัจฉา

     แม้เป็นบัว ตัวพี่ เป็นภุมรา                 เชยผกา โกสุม ปทุมทอง

     เจ้าเป็นถ้ำ อำไพ ขอให้พี่                 เป็นราชสีห์ สมสู่ เป็นคู่สอง

     จะติดตาม ทรามสงวน นวลละออง     เป็นคู่ครอง พิศวาส ทุกชาติไป.

 

            วิธีใช้วรรณยุกต์ ในคำสุดท้ายของแต่ละวรรค

 

๑๒๓๔๕๖๗๘ คำท้ายวรรค สดับ ใช้ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ไม่นิยมสามัญ

๑๒๓๔๕๖๗๘ คำท้ายวรรค รับ ห้ามใช้ สามัญและตรี นิยมใช้ จัตวา เป็นส่วนมาก

๑๒๓๔๕๖๗๘ คำท้ายวรรค รอง ใช้ สามัญ หรือ ตรี ห้ามใช้ เอก โท จัตวา

๑๒๓๔๕๖๗๘ คำท้ายวรรค ส่ง ใช้ สามัญหรือตรี ห้ามใช้ เอก โท จัตวา นิยมสามัญ

 

     กลอนแปดสุภาพ ต่อไปนี้ เป็นกลอนที่ข้าพเจ้าแต่งขึ้นโดยแทรกธรรมะไว้เพื่อ

 

ให้คติเตือนใจหรือให้ข้อคิดทุกบทกลอน และได้ตั้งชื่อหัวข้อเรื่องไว้ด้วย เมื่อท่าน

อ่านแล้วกรุณาได้โปรดใช้ความคิดพินิจพิเคราะห์ให้ดี และบทกลอนที่มีเนื้อความ

สั้นๆ ทั้งหมดนี้ ข้าพเจ้าได้ตั้งชื่อเรื่องว่า“คลายกังวลทางพ้นทุกข์ ” 

 

จิตผุดผ่องเพราะเห็นธรรม

 

      เกิดเป็นสัตว์ มนุษย์ ไม่สุดสิ้น      มาราคิน สิ่งจร สะท้อนหลง

      จิตบริสุทธิ์ ผุดผ่อง มาหมองลง    เพราะโลภหลง มายา มาหุ้มใจ

      หัดนึกถึง ร่างตน หมดจนจิต        สุดชีวิต แค่ตาย ไร้สาไถย

      หัดละวาง ว่างสงบ จบเรื่องใจ      พบโลกใหม่ ผุดผ่อง มองเห็นธรรม.

 

                                                            ...หยาดกวี...

                                                        ๒ กันยายน ๒๕๕๑

ที่มา   http://www.oknation.net/blog/kondee007/2008/09/02/entry-1

วสุธรรม:



หลักการแต่งกลอนแปด กลอนสุภาพ



ตัวอย่าง

กลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน.............อ่านทุกตอนสามวรรคประจักษ์แถลง

ตอนต้นสามตอนสองสองแสดง..............ตอนสามแจ้งสามคำครบจำนวน

มีกำหนดบทระยะกะสัมผัส....................ให้ฟาดฟัดชัดความตามกระสวน

วางจังหวะกะทำนองต้องกระบวน..........จึงจะชวนฟังเสนาะเพราะจับใจ ฯ



ฉันทลักษณ์

๑. ในวรรคหนึ่ง ๆ มีอยู่ ๘ คำ จะใช้คำเกินกว่ากำหนดได้บ้าง แต่ต้องเป็นคำที่ประกอบด้วยเสียงสั้น

๒. การส่งสัมผัส คำที่ ๘ ของวรรคแรก สัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรคที่สอง คำที่ ๘ ของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำที่ ๘ ของวรรคที่ ๓

คำที่ ๘ ของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำที่ ๓ หรือที่ ๕ ของวรรคที่ ๔ และคำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ของบทต่อไป

๓. วรรคสดับ หรือวรรคแรก คำสุดท้ายใช้คำเต้น คือ เว้นคำสามัญใช้ได้หมด แต่ถ้าจำเป็นจะใช้เป็นเสียงสามัญก็อนุญาตให้ใช้ได้บ้าง แต่อย่าบ่อยนัก

พยายามหลีกเลี่ยง

๔. วรรครับ หรือวรรคสอง คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงจัตวา ส่วน เอก โท ตรี ได้บ้าง ห้ามเด็ดขาดคือ เสียงสามัญ

๕. วรรครอง หรือวรรคสาม คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงสามัญ ห้ามใช้เสียงจัตวา หรือคำที่มีรูปวรรณยุกต์

๖. วรรคส่งหรือวรรคสี่ คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงสามัญ ห้ามใช้คำตายและคำที่มีรูปวรรณยุกต์

๗. คำที่ ๓ ของวรรครองและวรรคส่ง ใช้ได้ทุกเสียง

๘. นิยมสัมผัสในระหว่างคำที่ ๕-๖-๗ ของทุก ๆ วรรค

๙. นิยมสัมผัสชิดในระหว่างคำที่ ๓-๔ ของวรรคสดับและวรรครอง

๑๐. อย่าให้มีสัมผัสเลือน, สัมผัสซ้ำ, สัมผัสเกิน, สัมผัสแย่ง, สัมผัสเผลอ, และสัมผัสเพี้ยน

-------------------------------------

อุเทน ปัญญาปริทัตต์, พุทธประวัติ ภาคหลากบทกวี, หน้า ๒๕๖-๒๕๗

 http://campus.sanook.com/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99-908184.html

doramon:

อยู่กับคนโกรธเกลียดเคียดแค้น

ใจอัดแน่นด้วยไฟบรรลัยเผา

ริษยาอิจหนาระอาเมา

เป็นเหมือนเถ้าธุลีใหม้ไฟอัคคี

จะหาครูผู้รู้ดูให้หนัก

พื้นฐานจิตต้องรักเมตตาหนอ

อุเบกขาทำได้รู้จักพอ

เขานั้นหนอควรหมอบราบกราบกราน

อันครูใด ดิ่งตนขึ้นสูง

จิตพุ่งดิ่งเหนือสุเนรุเขา

คิดว่าตนดั่งหนึ่งพระเจ้า

เขานั่นเง่าดั่งศิษคิดล้างครู

พระเจ้าแท้นิ่งสนิทแบ่งเบา

สอดส่องโขกสอนความเขลา

โยนลูก โยน ศาสตรา ให้เรา

เพื่อเข้าสู่แดนนิจนิรันดร์

แดนนิพานซ้อนเร้นในมิติ

อย่าอ่านริลัดคูข้ามหัวเขา

ผู้เห็นแล้ว หมั่นเพียรทำเอา

แดนนั้นเล่าดังสุนัขไล่งับหางตน

อย่ามองเกินมองไกลไร้สติ

อย่าอุตริแสดงธรรมอันเขลา

แต่งไว้นี้มิใช่เจตนาเรา

แต่เป็นเขาเหล่าครูผู้ดูเธอ

 

..........................................................

จะสอนศิษย์ที่รักในยุคนี้

ต้องหลีกลี้ซ่อนแอบแกล้งบ้าเขลา

เป็นชายหนุ่มรูปงามนามนั้นเล่า

มีเป็นร้อยเป็นเหล่าพันทวี

............................................................

ใครเฉลยปริศนาธรรมนี้

รีบหลีกลี้สู่ป่าดั่งปราชหนอ

โลกเจริญวัตถุ ใจต่ำเฝ้ารอ

พิพากษามนุษย์หนอ ย่อหย่อนธรรม

ไฟจะตกจากฟ้าด้วยฤทธ์จักร

อำนาจนักจากโลกอื่นก้าวใกลหนอ

ปืนใหญ่ยักษ์หลังสุริยะเฝ้ารอ

ยิงคลื่นหนออนุภาคเผาเหล่ามาร

ใต้ต้นโพธิ์ ไทร และไม้หมาก

หลากหลากสรรพสัตว์อาศัย

ชัยภูมิ ภูมิชัย พระเมตตรัย

ภูมิยิ่งใหญ่ธรรมแท้และแน่นอน

............................................................

 

Absolute:

เกิดมา ไม่เคยเลย แต่งกลอนแปด

Absolute:

ได้แต่อ่าน คนอื่น แต่งไพเราะ

ดูก็เหมาะ สอดคล้อง และขบขัน

อยากจะหยิบ ปากกา มาประพันธ์

ไม่รู้มัน จะเริ่มต้น ตรงไหนดี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

น้ําดื่มสิงห์