ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ยินดีต้อนรับธรรมมิกชนสู่....เครือข่ายและสังคมดาวดึงส์เสมือนจริงของทุกท่าน
ดวงจิตสวยใส ใจร่มเย็น ดวงตาเห็นธรรม
ร่วมกันสร้างสรรค์โลกของเรา สู่โลกศิวิไลซ์


รวมพลังใจปวงชนชาวไทยให้เป็นหนึ่งเดียว
น้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ


ทีมงานเว็บบอร์ดพลังใจดอทคอม และสมาชิก



หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ องค์โลกุตตระ เขตะมารัจจะ  (อ่าน 10693 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 10:38:51 PM »


20-02-2008, 11:48 AM



*** เปิดเผยความจริง ****



แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์...หรือ หลวงพ่อใหญ่ ที่แต่งตัวเหมือนพระ

คือ องค์โลกุตตระ เขตะมารัจจะ

ที่ได้อวตารอุบัติขึ้นบนโลก ณ ประเทศไทย...ในช่วงกึ่งพุทธกาล

เพื่อสานต่อพุทธศาสนาที่หักกลาง

คือ หลักสัจจะธรรม และ สัจจะคำสอนเพื่อนำสัตว์พ้นทุกข์

ถูกบดบังด้วยความเห็นความเชื่อนอกศาสนา...ในช่วงหลังกึ่งพุทธกาล

ภายนอกท่านเป็นหญิง แต่ภายในคือ โลกุตตระ ... จึงรอบรู้ทุกสิ่งในจักรวาล

ท่านคือ มนุษย์เหนือโลก

คำสอนของท่าน คือโลกุตตระธรรม



หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์

เป็นหลานชายของหลวงพ่อใหญ่ เขตะมารัจจะ

ท่านจึงถูกอบรมเลี้ยงดู โดยส่งมอบสัจจะให้พิจารณามาตั้งแต่เด็ก

ภายนอกของท่านคือพระสงฆ์ สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

ในทางธรรม หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ ...คือ ผู้เป็นสักขีพยานในการทำหน้าที่ของโลกุตตระเขตะมารัจจะ

ท่านคือ พระพุทธเจ้าของโลกุตตระ .... ซึ่งไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่พราหมณ์บันทึก

ตัวตนที่แท้จริงของ หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์...คือ องค์พลรัตน์กัสสปะ

เมื่อหลวงพ่อใหญ่ละสังขาร เมื่อ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๓

หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ จึงได้รับมอบหน้าที่โลกุตตระเพื่อสานต่อพุทธศาสนาต่อไป

ความคิดจิตใจของท่านจึงรอบรู้ทุกสิ่งเช่นเดียวกับ โลกุตตระ



- " หนุมาน ผู้นำสาร "










* แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์.JPG (35.41 KB, 236x320 - ดู 8807 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 สิงหาคม, 2011, 11:35:25 AM โดย แสนสวาท » บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #1 เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 10:43:48 PM »


จาก website ศาลาอโรคยาค่ะ 



 



วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553






ประวัติแม่ชีเมี้ยน




 




ประวัติแรกเริ่ม แม่ชีเมี้ยน เกิดที่อำเภอหนองแก้ว จังหวัดลพบุรี และย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ใกล้กับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต  ต่อมาได้บวชเป็นชี ที่วัดคลองเม่า และได้ชักชวนหลานชาย คือท่านเจริญ ปานจันทร์ มาบวช  และต่อมาท่าน จำรูญ ปานจันทร์ ได้ตามมาบวช


 


จนกระทั่ง ปี พุทธศักราช ๒๕๐๑ จึงได้นำพระ ๖ รูป และ สามเณร ๓ รูป ขึ้นไปพำนัก ที่ถ้ำกระบอก โดยพระสำนักถ้ำกระบอกนี้มีลักษณะที่ท่านได้กล่าวว่า เป็นพระพุทธกาล คือ ฉันมื้อเดียว รวมกันในบาตร เรียกการฉันลักษณะนี้ว่า "เอกากังคัง" , รถเรือไม่ขึ้น จะไปไหน ต้องเดิน ไม่มีการยกเว้น แม้จะอาพาธ, เงินทองไม่รับ ไม่มีการรับเงินและถือเงินโดยเด็ดขาด,ถือธุดงค์เป็นวัตร คือ มีการเดินธุดงค์ทุกปี ประมาณ สามเดือน,ลักษณะเด่นอีกอย่างที่คนสมัยนั้นเรียกพระถ้ำกระบอกก็คือพระกรรมกร  อันเนื่องจากเหตุของคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน ที่ว่า พระพุทธกาล กินแล้วไม่นอน และคำกล่าวขานที่พระถ้ำกระบอกเรียกแม่ชีเมี้ยน คือ หลวงพ่อใหญ่ โดยมีนามของท่าน คือ "องค์เขตะมารัจจะ" หรือ "องค์โลกุตระธรรม" และเป็นผู้ที่สร้างบทสวด หลายร้อยบท อันเป็นเอกลักษณ์ของถ้ำกระบอก ที่ไม่เหมือนสำนักสงฆ์ใดๆ อันเป็นที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะท่านไม่รู้หนังสือ ไม่เน้นศีล แต่เน้นที่การถวายและทำสัจจะ หรือ ที่เรียกกันว่า "สัจจะธรรม" การกระทำใดๆ ของทั้งสงฆ์และฆราวาส จะกระทำโดยการถวายสัจจะ เป็นข้อๆ มีระยะเวลา อีกทั้งไม่มีการสร้าง โบสถ์ วิหารหรือ กฐิน ผ้าป่า ใดๆ





บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #2 เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 10:48:50 PM »


copy มาจาก facebook website มูลนิธิไทยกรุณาค่ะ



 



สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกมี ความเป็นมาอย่างยาวนาน และมีเรื่องเล่าขานไม่รู้จบ​ แต่ปฐมบทแห่งบทโศลกแห่งชีวิ​ตเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2497 พระสงฆ์ 7 รูปจากวัดคลองเม่าธรรมโกศล จ.ลพบุรี ธุดงค์ผ่านมาพบชาวบ้านกำลัง​เก็บขี้ค้างคาวอยู่บนถ้ำกระ​บอก เกิดพลาดท่าหินหล่นทับชาวบ้านคนหนึ่งจึงตรงเข​้าช่วยเหลือ

ช่วยเหลือ ระหว่าง นี้ เอง พระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ (โสรัจกัสสปะ) และ พระอาจารย์เจริญ ปานจันทร์ ที่อยากจะให้พระสงฆ์อยู่ร่ว​มกับสังคม ช่วยพัฒนาสังคม จึงผุดขึ้นในใจของพระทั้ง 2 รูป หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ประกอบกับทำเลของเทือกเขาโป​ร่งปราบเหมาะต่อการอยู่ใกล้​ชิดกับสังคม 3 ปีต่อมา อุบาสิกาเมี้ยน ปานจันทร์ จึงเริ่มดำเนินการ เมื่อเสียชีวิตลง พระอาจารย์จำรูญ ซึ่งเป็นหลานจึงเป็นผู้ปฏิบ​ัติภารกิจสืบต่อมา

ต่อมาปี 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีคำสั่งคณะปฏิวัติให้ปร​าบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง​ให้หมดไปจากราช อาณาจักร มีการจับกุมคุมขังและลงโทษผ​ู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่​างจริงจัง ขัดแย้งกับความเห็นของพระอา​จารย์จำรูญ ที่มองว่าการปราบปรามไม่สาม​ารถกำจัดสิ่งเสพติดให้หมดไป​ได้ การลดละเลิกยุ่งเกี่ยวกับยา​เสพติด จะต้องมาจากจิตใต้สำนึกของค​นเป็นสำคัญ แม้จะใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ​แค่ไหนก็ไม่สามารถคลี่คลายป​ัญหาได้ พระอาจารย์จำรูญจึงฝากข้อคว​ามไปถึงจอมพลสฤษดิ์ว่า "ปืนนั้นสู้บาตรไม่ได้หรอก จะเอาปืนไปปราบยาเสพติดก็ไม​่ได้เช่นกัน"

เมื่อข้อความถูกส่งไปถึงจอม​พลสฤษดิ์ สำนักสงฆ์แห่งนี้จึงกลายเป็​นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดไป​ในทันใด โดย พล.อ.อ.ทวี จุลทรัพย์ ได้ซื้อที่ดิน 32 ไร่เศษถวาย เพื่อจัดสร้างสถานบำบัดฟื้น​ฟูผู้ติดยาเสพติด โดยตั้งเงื่อนไขว่าผู้เข้าร​ักษาจะต้องเข้ารับสัจจะ ไม่สูบ ไม่เสพยาทุกชนิดโดยสมัครใจ และต้องเข้ารับการรักษาอย่า​งต่ำ 15 วัน ไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ ในสถานที่บำบัด และไม่อ้างสิทธิหรือความจำเ​ป็นออกนอกบริเวณสถานบำบัด

การรักษาจะเริ่มด้วยการช่วย​เหลือทางกาย โดย 5 วันแรกจะได้รับการบำบัดด้วย​การดื่มยาสมุนไพร กลายเป็นที่มาของภาพอันเป็น​เอกลักษณ์ของที่นี่ เมื่อคนไข้ดื่มยาสมุนไพรแล้​วดื่มน้ำตามเยอะๆ จนอาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุง​ หลังจากนั้นจะถูกส่งไปห้องอ​บตัวสมุนไพร ประกอบด้วย ตะไคร้ ใบละหุ่ง หญ้าคา ผักบุ้ง ช่วยลดความตึงเครียดของประส​าท และขับพิษออกจากร่างกาย

อีก 10 วันหลังคนไข้จะได้รับการรัก​ษาทางจิตใจ พักฟื้น ปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้​สามารถกลับเข้าไปใช้ชีวิตอย​ู่ในสังคมได้อย่าง ปกติ ด้วยวิธีการฟังธรรม กิจกรรมสันทนาการ ฝึกอาชีพ เป็นต้น 

พระอาจาย์จำรูญ ปานจันทร์ จึงได้รับรางวัลแมกไซไซ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2518 จนกลายเป็นฉายาเรียกขานพระอ​าจารย์จำรูญว่า "หลวงพ่อแมกไซไซ"

ปี 2525 มีการระบาดของผงขาวและเฮโรอ​ีนไปทั่วโลก แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถบ​ำบัดผู้ป่วยเหล่านี้ให้หายข​าดได้ แพทย์ทางเลือกอย่างสำนักสงฆ​์ถ้ำกระบอกจึงถูกจับตามองมา​กขึ้น

หน่วยงาน "ฮีส เวส ดีทอค" ของอังกฤษ ให้การยอมรับว่าการบำบัดรัก​ษาของถ้ำกระบอกสามารถ ทำให้ผู้ติดยาเสพติดหายขาดไ​ด้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ปัจจุบันถ้ำกระบอกผ่านหนาวผ​่านร้อนมายาวนานกว่าครึ่งศต​วรรษ แม้สังคมไทยจะมีโครงการวิวั​ฒน์พลเมืองขึ้นมาช่วยบำบัดฟ​ื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จนชื่อสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกค่​อยๆ เลือนหายไปจากสังคมและผู้คน​รอบข้าง




24 พฤศจิกายน 2010 เวลา 7:12 น.


บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #3 เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 10:53:49 PM »


copy มาจากบอร์ดคนชอบเรื่องลึกลับค่ะ



 














ลุ้นแทบตาย นึกว่าโหลดไม่เข้า ไปเที่ยววัดถ้ำกระบอก 

มาหลายวันแล้ว แต่โหลดไม่เป็นสักที 555 

ทีนี้จะเขียนให้คนอ่านเบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย 



วัดถ้ำกระบอก เดิมเป็นสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่ระหว่างหลัก 

กิโลเมตรที่ 132-133 เป็นสถานที่รักษาคนไข้ 

ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล "แมกไซไซ" เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2518 

หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์เป็นหลานของแม่ชีเมี้ยน แต่มรณภาพไปแล้วเมื่อปี 42 ต่อมาได้ พระเจริญ ปานจันทร์ เป็นเจ้าอาวาส ตามข่าวท่านเพิ่ง 

มรณภาพเมื่อ 10 มกราคม 51 นี่เอง 




โดย moony (moony) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ก.พ. 2551 , 00:40:34 น.] ( IP = 202.5.87.133 : : )


 














เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2551 ได้รับแจ้งว่า พระเจริญ ปานจันทร์ ได้มรณภาพลงตั้งแต่ 

วันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมาในเวลา 04.00 น. 

พระเจริญ ปานจันทร์ ฉายา “ฐิตะจิโต”เจ้าอาวาส สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ได้มรณภาพ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ด้วยโรคติดเชื้อไวรัสที่ปลายประสาท ซึ่งต่อมาได้มีบรรดาสานุศิษย์ นำศพพระเจริญ กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลาแมกไซไซ ภายในสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก โดยกำหนดสวด 

พระอภิธรรมไว้ 100 วัน ตั้งแต่เวลา18.00 - 20.00 น. 

ในระหว่างนี้ บรรดาสานุศิษย์ได้ให้พระบุญส่ง ตรีเสถียรกิจ ฉายา “ฐานะจาโร” รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก เพื่อดำเนินการในเรื่องต่างๆ และดูแลสำนักสงฆ์ 

ถ้ำกระบอกไปก่อน สำหรับพระเจริญ ปานจันทร์ 

เป็นน้องชายพระจำรูญ ปานจันทร์ อดีตเจ้าอาวาส สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน 

ต่อจากพระจำรูญ ที่มรณภาพเมื่อปี 2542 ซึ่งสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนั้นส่วนใหญ่ผู้คนทั่วไปจะรู้จัก 

ในเรื่องการรับบำบัดรักษายาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2502 และเป็นที่อยู่ของชาวม้ง โดยกลุ่มชาวม้งส่วนใหญ่ 

่เป็นม้งลาว และม้งซึ่งเป็นขบวนการต่อต้านลาว (ขตล.) ซึ่งรัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รอง นรม. และ รมว.มท. ในขณะนั้น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปิดศูนย์ 

ชุมชนชาวม้งที่ถ้ำกระบอกเมื่อเดือนพฤศภาคม 48 ต่อมาได้ส่งชาวม้งเหล่านั้นไปยังประเทศที่สามและ 

สหรัฐอเมริกาพร้อมกันนั้น สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก 

แห่งนี้ยังมีสาขามากมาย มีที่ดินทั้งในเขต 

จังหวัดสระบุรี และจังหวัดลพบุรี 

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกโด่งดังมาจาก นำเอาผู้ที่ติดยาเสพติดมาเลิก จนพระจำรูญ ปานจันทร์ ได้รับรางวัลแมกไซไซ ปี 2518 ปัจจุบันยังมีการรักษาผู้ติดยาเสพติดเหมือนเดิม 



วัดถ้ำกระบอก เป็นวัดที่ไม่มีพระออกบิณฑบาต แต่จะมีโรงครัวอยู่ภายในวัดและรับภัตตาหาร 

จากชาวบ้านที่มีจิตศรัทธา มีพระภิกษุณี 

แบบเดียวกับแม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ ปฏิบัติกิจอยู่ในวัด 




โดย moony (moony) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ก.พ. 2551 , 00:45:50 น.] ( IP = 202.5.87.133 : : )


 














ศาลารับสัจจะ จุดธูป 7 ดอก กับเทียน 2 เล่ม 

เมื่อถวายสัจจะแล้ว ต้องทำให้ได้นะจ๊ะ




โดย moony (moony) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ก.พ. 2551 , 00:51:25 น.] ( IP = 202.5.87.133 : : )


 


บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #4 เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 11:05:42 PM »




copy มาจาก www.dek-d.com เรื่องในวัดถ้ำกระบอกที่ทุกคนไม่เคยรู้ค่ะ







จากหนังสือพิมพ์ เสียงอ่างทอง (ก่อนมาเป็นไทยรัฐ) ได้ลงข่าวพระถ้ำกระบอก ซึ่งมีหัวหน้าคณะคือ แม่ชีเมี้ยน หรือที่เรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ปกครองพระหัวหน้าสามองค์ คือ ท่าน จำรูญ ปานจันทร์ ท่าน เจริญ ปานจันทร์ และ องค์น้อง คือ พระนิพนธ์ กับพระอีก ๗๓ รูป โดยรัฐบาลและเถระสมาคม ได้ฟ้องศาล ตั้งข้อหา มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ และ เป้นผู้หญิงทำตนให้พระไหว้ รวมทั้งอุตริมนุษยธรรม ได้ดำเนินการมาสอบสวน ที่วัดมหาธาตุ โดยขณะนั้นเนื่องจากพระยังอยู่ในกิจธุดงค์ จึงให้ปักกลดรวมกันที่เกาะโพธิ์ ในวัดดังกล่าว ทั้งนี้ จอมพลสฤษด์ ได้ตั้งให้เสธทวี และอธิบดีฟุ้ง ศรีวิจารณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศาสนาในขณะนั้น เป็นผู้สอบ หลังจากการตรวจสอบ ก็ให้มีการยกเลิกข้อหาดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งกรมศาสนาได้อนุญาติให้วัดถ้ำกระบอก สามารถบวขพระเองได้ และไม่ขึ้นกับกรมศาสนา รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งให้ถำกระบอก เป็นสถานที่บำบัดยาเสพติดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับตั้งแต่นั้นมา ถ้ำกระบอกได้ดำเนินกิจกรรมโดยการใช้สมุนไพรไทย และไม่มีการเรียกเก็บเงินมาเป็นเวลานาน จนกระทั้งปี ๒๕๑๐ ได้เกิดการแตกกันระหว่าง ท่านจำรูญ กับพระนิพนธ์ ในการเรียกเก็บเงินค่ารักษาจากผู้ป่วยยาเสพติด เป็นเหตุให้ พระนิพนธ์ ต้องลาสิกขาและออกจากถ้ำกระบอกนับจากนั้น ต่อมาอีกสองปี ก็ตามมาด้วยการลาสังขารของแม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ ในปี ๒๕๑๒ ถ้ำกระบอกจึง ปกครองโดยพระสองพี่น้อง คือท่านจำรูญ และท่าน เจริญ ปานจันทร์ นับแต่นั้นมา กิจกรรมการรักษาก็ยังคงดำเนินต่อมา แต่ก็ลดระดับของความสำเร็จในการรักษาลงเรื่อยๆ จนกล่าวได้ว่าในปัจจุบัน ไม่ประสบผลในทางรักษาดังเช่นกาลก่อนแล้ว



แต่ที่น่าสนใจคือ หลวงพ่อนิพนธ์มาเปิดสำนักรักษาโรคที่จังหวัดกาญ บ้านใครอยูกาญเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ไหมค่ะ

เรื่องที่ว่า รักษาได้ทุกโรค สวดมนต์ กินยาสมุนไพร และ อบไอน้ำ



เราคิดว่าเรื่องมันแต่เดิมคือ หลวงพ่อจะเก็บเงินรักษาคนติดยา เลย แยกออกมา

ทำไมกลายเป็นรักษาได้ทุกโรค



แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคนรู้จักของเราคนนึง เชื่อว่าเขาจะหายแน่นอน

แต่ว่าเราเห็นว่าเขายิ่งไป ยิ่งผอมลงๆ จาก ร้อยกว่าโล เหลือ 70 ในเวลาไม่กี่เดือน



คุณคิดว่ากระทรวงสาธารณะสุขจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาไม๊ค่ะ



 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 สิงหาคม, 2011, 11:06:26 PM โดย chanita » บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #5 เมื่อ: 01 สิงหาคม, 2011, 11:22:57 PM »


copy มาจาก www.pantown.com รวบรวมโดย คุณ Wutichai ซึ่งรวบรวมมาจาก ท่านหนุมาน ผู้นำสารค่ะ



 










ศรัทธาใหม่ ในโคลงพยากรณ์ ของ นอสตราดามุส (ลองอ่านดูครับ)
















    ดีครับ ลองอ่านดู น่าจะมีความหมายที่ใกล้เคียงตรง ถ้ามีเช่นนี้จำนวนมาก โลกจะถูกยกระดับขึ้น ไปสู่อีกระดับความรู้และความละเอียดของพลังงานระดับสูงโดยพลันขึ้นยิ่งกว่านี้



ส่วนกูก็ยังหาสาระจากการตำจอกกับพวกท่านที่เคารพอย่างสูง "เสือเก่า" เช่นเดิมครับ 

เพื่อนๆ ฟก.เสือเก่า ผู้อ่านเอย ต้องขอบคุณท่าน "หนุมาณผู้น่าสงสาร" อุ้ย..! ท่าน "หนุมาณผู้นำสาร" 




อยากมีตาทิพย์เหมือน Damus ว่ะ 



smile 



http://board.palungjit.com/f178/***-ศรัทธาใหม่-ในคำทำนาย-นอสตราดามุส-****-111601.html




โดย: Wutichai Chuasawusdiwong [5 ก.พ. 54 21:52] ( IP A:223.207.161.27 X: )


Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live














ความคิดเห็นที่ 1

    Tant attendu ne reviendra 

Dedans l’Europe, en Asie apparoistra

Un de la ligue islu du grand Hermes’

Et sur tous rois des orientz croistra. 




ผู้คนทั่วโลกรอคอยการมาของบุรุษผู้หนึ่งมาเป็นเวลายาวนาน 



“ He will appear in Asia at home in Europelace”

ผู้ที่จะมาเป็นผู้นำของมวลมนุษยชาตินั้นเป็นบุรุษ ท่านมีถิ่นฐานเดิมเป็นคนยุโรป อาศัยอยู่ในประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ มีความเป็นยุโรปโดยแท้ และจะมาปรากฏกายหรือกำเนิดขึ้นใหม่เป็นบุรุษชาวเอเชียเมื่อถึงเวลาที่สำคัญ เพื่อทำหน้าที่ต้อนรับโลกุตระที่จะเสด็จอุบัติขึ้นบนโลกมนุษย์ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในเอเชีย 



“One who is issued from great Hermes ”

บุรุษผู้นี้ จะเป็นบุคคลที่องค์โลกุตระคัดเลือกให้ได้รับการถ่ายทอดความรู้ ที่เป็นความจริง ความเป็นมาของโลก จักรวาล และทุกสิ่งทุกอย่าง โดยจะปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างแทนโลกุตระในการบอกถึง หลักธรรมโลกุตระ หรือคำสั่งสอนแท้จริงของศาสดาทุกพระองค์ที่เป็นสัจจะธรรมให้แก่ชาวโลกในช่วงเวลาต่อไป ซึ่งบุรุษผู้นี้จะเป็นผู้นำเที่ยง เป็นผู้ที่ถึงสัจจะความจริง เป็นผู้นำที่สามารถปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์ได้จริง เป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง สามารถสั่งสอนมวลมนุษยชาติให้เห็นความจริงและหนทางที่ถูกต้องได้



ดังนั้นบุรุษผู้นี้จะต้องเป็นผู้ที่รู้ความหมายที่แท้จริงอย่างถ่องแท้ของของคำว่า “ โลกุตระ ,โลกุตระธรรม , สัจจะ , สัจจะธรรม และนิพพาน ” สามารถอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ สามารถให้คำตอบต่อทุกคนได้อย่างไม่มีข้อสงสัย จะต้องเป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องราวทั้งหมดของ “ โลกและจักรวาล ” เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆในอดีต ที่มนุษย์ยุคปัจจุบันไม่มีข้อมูลบันทึกหรือไม่สามารถหาคำตอบได้เอง รวมทั้งเรื่องราวของทุกศาสนาและของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ โดยมีความรู้ที่แท้จริงเหนือกว่ามนุษย์ทุกคน สามารถไขปริศนาความลับที่มีในโลกหรือในจักรวาลได้ทุกเรื่อง รวมถึงสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดต่อมวลมนุษย์ คือ หลักธรรมคำสอนของท่านจะต้องเป็นไปตามกฎของความเป็นจริง เป็นไปตามกฎของธรรมชาติทุกประการ มีความต่อเนื่อง สามารถที่จะอธิบายได้ด้วยเหตุและผล ไม่ใช่สอนในสิ่งที่สมมุติขึ้นมาแบบไม่มีตัวตน จนไม่สามารถอธิบายได้โดยตลอด และไม่ใช่การสอนให้เชื่ออย่างไร้เหตุผล จนทำให้หลงผิดหรือหลงงมงาย แต่จะเป็นการสอนให้รู้จักคิดพิจารณาเข้าใจด้วยตนเอง



บุรุษผู้นี้จะสอนด้วยความจริง คือ หลักสัจจะธรรมในธรรมชาติ 

ไม่ใช้นำความเห็นความเชื่อมาสอนให้หลงทาง 




" หนุมาน ผู้นำสาร "

โดย: 1330/20 [5 ก.พ. 54 21:55] ( IP A:223.207.161.27 X: )















ความคิดเห็นที่ 2

   (ต่อ)



Le penultiesme du surnom du prophete,

Predra Diane pour son jour & repos:

Loing vaguera par frenetique teste,

Et delivrant un grand peuple d¢impos. 




“ Second to the last of prophet’s name ,

Will take Diana ’s day as his day of silent rest.

ชื่อของบุรุษผู้ที่องค์โลกุตระธรรมจัดสรรให้มาทำหน้าที่ในการสั่งสอนหลักโลกุตระธรรม หรือหลักสัจจะธรรมแก่มวลมนุษย์นั้น เสียงในพยางค์ที่สองของ “ ชื่อหลังสุด ” จะมีความหมายเหมือนกับชื่อของวัน ที่เกี่ยวข้องกับ “ ดวงจันทร์ “ และเป็นวันที่สงบเงียบจากการหยุดพักผ่อน



ประโยคที่ว่า “ ชื่อหลังสุด ” ในประเทศไทย หมายถึง “ นามสกุล ” ส่วนการนับวันของไทยมีทั้งหมด 7 วัน ตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึงวันศุกร์ จึงพบว่าชื่อของวันที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ คือ วันจันทร์ และตามธรรมเนียมของชาวโลกในยุคปัจจุบัน วันจันทร์จะเป็นวันทำงานที่เงียบสงบ ซึ่งเป็นวันที่ต่อจากวันหยุดพักผ่อนที่เต็มไปด้วยเสียงของความสุขสนุกสนาน คือ วันเสาร์และวันอาทิตย์ ดังนั้นคำว่า“ จันทร์ ” ในภาษาไทยจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถใช้ไขความลับของบทโคลงทำนายนอสตราดามุสได้ โดยนามสกุลของบุรุษผู้นี้จะมีคำว่า “ จันทร์ ” เป็นพยางค์ที่สอง



เมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน ได้เกิดเหตุการณ์และบุคคลตามคำทำนาย บุรุษผู้ที่มีเสียงในพยางค์ที่สองของนามสกุล และมีความหมายเหมือนกับชื่อของวันที่เกี่ยวข้องกับ “ ดวงจันทร์ “ นั้นปัจจุบันได้กำเนิดขึ้นแล้วและมีตัวตนจริง คือ “ หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ ” แห่งสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี ประเทศไทย



He will travel far and wide in his drive to infuriate,

Delivering a great people from subjection.”

ท่านจะเดินทางไปยังดินแดนต่างๆ ที่ห่างไกลและใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่าย เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจและความเมตตาปรารถนาที่จะช่วยให้มนุษย์ทุกคนได้หลุดพ้นจากความทุกข์ของอำนาจบ่วงกรรมที่ได้กระทำมาในอดีต

จากประวัติของหลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ ก่อนที่ท่านจะมาอาศัยประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ในช่วงที่ท่านยังมีสังขารร่างกายแข็งแรง พรรษาไม่มากนัก ท่านได้ออกธุดงค์อยู่ตามป่าตามภูเขาโดยลำพัง ไปตามท้องถิ่นต่างๆเป็นเวลานาน เพื่อศึกษาหลักธรรมชาติและสัจจะธรรม จนสามารถพิจารณาสัจจะธรรมได้อย่างแตกฉาน และเข้าใจในพระธรรมคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า 




" หนุมาน ผู้นำสาร "

โดย: 1330/20 [5 ก.พ. 54 21:57] ( IP A:223.207.161.27 X: )















ความคิดเห็นที่ 3

   (ต่อ)



La Lune au plain de nuict sur le haut mont

Le nouveaau sophe d’un seul cerveau l’a vea

Par ses disciples estre immortel semond

Yeux au midi, en seins mains corps au feu 




“ The Moon in the middle of the night…

ในยามกลางคืนที่เงียบสงบ กลางป่าเขาลำเนาไพร ได้เกิดสิ่งที่อัศจรรย์ต่อบุรุษหนุ่ม ท่านสามารถมองเห็นภาพดวงจันทร์อยู่เหนือภูเขาสูง แล้วลอยต่ำลงมาหาที่ตรงหน้าของท่าน และสามารถที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่สื่อมาจากดวงจันทร์ได้ทางจิตวิญญาณของท่านเอง 



The young sage alone with his mind has seen it.

บุรุษผู้นี้เป็นผู้ที่มีความรู้ และความสามารถพิเศษเหนือกว่าทุกๆคน มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถมองเห็นและเข้าใจได้ว่า“ ดวงจันทร์ ” คือ สิ่งที่เหนือโลก และเป็นสัญลักษณ์ของ ” โลกุตระ ” ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว เป็นความเที่ยงแท้ เป็นความจริงที่ไม่แปรเปลี่ยน และเป็นสัจจะธรรมอยู่คู่กับโลกและจักรวาลตลอดมา



His disciples invite him to become immortal…

บุรุษผู้นี้จะเผยแพร่คำสั่งสอน ซึ่งจะมีผลดีในชีวิตต่อผู้ที่ให้ความศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นชนเชื้อชาติใดๆในโลก คำสั่งสอนของท่านจะเป็น สัจจะความจริง คือ หนทางที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ จากการเกิด การตาย ที่จะต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น ท่านสามารถชี้ให้เห็นหนทางปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การหลุดพ้นจากบ่วงกรรม หรือสู่นิพพานได้ สำหรับผู้ที่เชื่อและศรัทธาในหลักธรรมคำสอนของโลกุตระจากท่าน จะสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง จึงเกิดเป็นความเจริญงอกงามในชีวิตตนเองต่อไป



His body in the fire…

ดวงตาของท่านจะเต็มไปด้วยความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ จะทำให้เกิดความอบอุ่นใจต่อผู้ที่ได้พบเห็นและจะเป็นที่พึ่งของมนุษย์ทุกคน ในส่วนลักษณะการแต่งกายของท่าน จะอยู่ใน “ ชุดแต่งกาย ” ที่ผู้คนทั่วไปที่มีกิเลส นุ่งห่มแล้วจะเกิดความรู้สึกเหมือนตกอยู่ใน “ กองเพลิง ” เกิดความร้อนลุ่มขึ้นภายในจิตใจ เพราะจะต้องต่อสู้เพื่อขจัด“ กิเลส ตัณหา ”ภายในจิตใจของตนเองที่สะสมมานาน สำหรับการปฏิบัติทำความดีเพื่อมุ่งสู่หนทางหลุดพ้นที่ท่านสอนนั้น บุคคลใดที่ประสงค์จะนุ่งห่มชุดนี้ คือ ผู้ที่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง หลุดพ้นจากพันธะทางครอบครัว พันธะสังคมและพันธะจากทุกสิ่งทุกอย่าง โดยอาศัยในสถานที่ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก เลิกการสะสมทรัพย์สมบัติ ตัดความพอใจในสิ่งทั้งปวง ตั้งมั่นที่จะกระทำความดีด้วย “ สัจจะ ” อันเป็นสัญญาที่มีต่อใจตนเอง โดยอยู่บนพื้นฐานแห่งความเมตตา เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าที่เสด็จหนีออกผนวชเป็นพระมานุ่งห่มจีวร หนีจากความเป็นกษัตริย์หนีจากความสุขสบาย มุ่งที่จะศึกษาจิตใจตนเอง และหลักของธรรมชาติ จนสามารถตรัสรู้ได้ว่า 

“ สัจจะความจริงเท่านั้น ที่จะเป็นหนทางหลุดพ้นได้ในที่สุด ”



ดังนั้น “ His body in the fire ” 

จึงมีความหมายตรงกับ บุรุษที่เป็น “พระสงฆ์นุ่งห่มจีวร” มีแนวทางการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ที่ตั้งใจกระทำความดีและสามารถทำได้จริง โดยอยู่ภายใต้พระพุทธศาสนาที่มีพระพุทธเจ้าเป็นพระศาสดา ซึ่งมนุษย์เรารู้จักอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นศาสนาหลักของชาวโลกต่อไปในอนาคต เนื่องจากหลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนาพุทธ ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงในธรรมชาติทั้งมวลที่เกิดขึ้นในโลกและรอบครอบจักรวาล นั่นคือ “หลักสัจจะธรรม” เป็นสากลโลก เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกกฎเกณฑ์

และ ณ วันนี้ ร่างสังขารของท่านอยู่ในน้ำที่ทำจากลาวา หรือ หินละลายที่ร้อนเป็นเพลิง (ขนาดนั้นเลยหรือ? - เจ๊ก) 



" หนุมาน ผู้นำสาร "

โดย: 1330/20 [5 ก.พ. 54 22:11] ( IP A:223.207.161.27 X: )















ความคิดเห็นที่ 4

   (ต่อ .. สุดท้าย)



Le tant d¢argent de Diane & Mercure 

Les simulacres au lac seront trouvez, 

Le figulier cherchant argille neufve

Lui & les siens d¢or seront abbrevez. 




“ The great amount of silver of Diana and Mercury. 

ความยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดในจักรวาล คือ สัจจะธรรม หรือ “ โลกุตระ ” โดยจะมาอวตาร ปรากฏ อุบัติขึ้นบนโลก กำเนิดเป็นมนุษย์ผู้หญิง ซึ่งมีความหมาย คือ “ โลกุตระ จะมาจากดวงจันทร์ ภายนอกของท่านเป็นผู้หญิง ” 



สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโลกุตระต่อไปนี้ คือสิ่งที่อยู่เหนือความคิด ความเชื่อของมนุษย์เราในยุคปัจจุบันอย่างมาก จึงเป็นสิ่งยากยิ่งที่จะสามารถอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงคำว่า ”โลกุตระ ” ได้ เพราะเหมือนเป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาบนประวัติศาสตร์โลกมนุษย์ยุคนี้ 



แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์เราต้องใช้เวลาศึกษาเป็นเวลานาน ต้องสะสมความรู้ทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็นความสามารถที่จะเข้าใจถึงแก่นแท้ของธรรมชาติได้ เช่น สมัยโบราณยุคหนึ่ง มนุษย์มีความเชื่อว่าโลกแบน จนทำให้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างมาก แต่เมื่อมีคนที่เชื่อและออกมาพูดว่าโลกกลม จึงเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคมของมนุษย์ยุคนั้น แล้วเมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์มีขีดความสามารถสูงขึ้น สามารถเดินทางรอบโลกพิสูจน์ได้ จนถึงยุคปัจจุบันมนุษย์สามารถที่จะมองโลกจากภายนอกในอวกาศได้ จึงได้พบกับคำตอบที่เป็นความจริงว่าโลกกลม 

ดังนั้นทุกคนจึงไม่ควรปิดกั้นความคิดของตนเองที่จะรับฟังรับรู้สิ่งใหม่ ควรพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลด้วยตนเองก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเชื่อ หรือไม่เชื่อในสิ่งต่อไปนี้



จากคำบอกเล่าของหลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดข้อมูลจากโลกุตระ ท่านได้อธิบายว่า โลกุตระ คือสิ่งที่เหนือโลก เหนือความเชื่อของมนุษย์ ยากที่มนุษย์จะเข้าใจได้ อุปมาว่า เป็นความยากที่จะดึงเอาเพชรออกมาจากหิน สกัดได้ยาก คือไม่รู้วิธี แต่พอที่จะสามารถอธิบายเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่ายดังนี้ 

“ โลกุตระ เป็นเหมือนโองการ เป็นเหมือนตัวหนังสือ อักษรที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ เหมือนตราแผ่นดิน เหมือนดั่งอำนาจมหาราชที่มีต่อประชาชน สามารถบ่งการได้ทุกอย่าง ” 



โดยเรื่องราวความเป็นมาของโลกุตระนั้น ได้รวบรวมใจความที่สำคัญมาเปิดเผยต่อมนุษย์ทุกคน 

คือ ทุกๆหนึ่งหมื่นปี โลกุตระจะอวตารมาเป็นมนุษย์ เพื่อสั่งสอนให้มนุษย์ได้รู้จักวิธีการปฏิบัติตน สู่หนทางการหลุดพ้นจากบ่วงกรรม อันเกิดจากการกระทำของตนเองที่ผ่านมา เพื่อให้มวลมนุษย์ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ทำตนเป็นที่เบียดเบียนต่อผู้อื่น อันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องขัดต่อหลักสัจจะธรรม ความจริงในธรรมชาติและหลักโลกุตระธรรม สำหรับจุดที่ท่านจะอวตารหรือมาเกิดบนโลกนั้น จะขึ้นอยู่กับว่าเป็น เวลาใด วินาทีใด และพื้นที่แห่งไหนในโลกขณะนั้นที่จะมีความโชคดี ซึ่งตามปกติพื้นที่ในประเทศอังกฤษจะเป็นประตูสวรรค์ที่โลกุตระจะมาปรากฏ แต่ในรอบหมื่นปีครั้งนี้โชคไม่อำนวยในวินาทีนั้น จึงทำให้โลกุตระลงมาปรากฏขึ้นในพื้นที่ที่มีความโชคดีในวินาทีนั้น คือ ประเทศไทย 

และเมื่อโลกุตระลงมากำเนิด อุบัติขึ้นท่านได้ปรากฏเป็นผู้หญิง ชื่อ “ เมี้ยน ปานจันทร์ ” ที่ได้ออกบวชภายหลัง และมีผู้คนทั่วไปเรียกท่านว่า “ แม่ชีเมี้ยน หรือ หลวงพ่อใหญ่ ” แต่คนทั่วไปในขณะนั้นไม่มีผู้ใดสนใจ มีอาการเหมือนคนหลับ คือหลับกันหมด ไม่มีผู้ใดเห็นสิ่งศักย์สิทธิ์ จึงไม่มีผู้ใดให้การต้อนรับการมาของโลกุตระในช่วงเวลานั้น 



ในเวลาเดียวกันที่ประเทศอังกฤษ มีนายทหารผู้หนึ่ง ชื่อ ร้อยโท ฟิลลิป ได้รู้เห็นเหตุการณ์สำคัญนี้จากญาณหรือสมาธิของตนเอง จึงตัดสินใจละสังขารของตนเอง เพื่อที่จะไปต้อนรับการลงมาสั่งสอนขององค์โลกุตระธรรมที่อยู่ในรูปของสตรี โดยดวงจิตของร้อยโท ฟิลลิป ได้มากำเนิดขึ้นใหม่ที่ประเทศไทยเป็นเด็กผู้ชาย และเป็นหลานของหลวงพ่อใหญ่ ชื่อ “ เจริญ ปานจันทร์ ” จากนั้นมาจึงได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 โลกุตระท่านได้พูดสอนหลวงพ่อเจริญเมื่อยังเป็นเด็กว่า “ หลวงพ่อใหญ่มาจากดวงจันทร์ แล้วมาลงตรงนี้ พบท่านเป็นคนแรก จึงคิดว่าจะให้ท่านเป็นตัวแทนศาสนาสักคน ” เมื่อถึงปี พ.ศ.2493 จึงให้หลวงพ่อเจริญบวชเรียนตั้งแต่ยังเด็กและบวชเป็นพระอีกครั้งเมื่อเติบโตขึ้น จนถึง พ.ศ.2500 จึงมาอยู่ที่ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีโลกุตระ หรือหลวงพ่อใหญ่เป็นผู้นำสงฆ์ ท่านจึงสั่งให้หลวงพ่อเจริญ “ รับสัจจะ 3 ข้อ ซึ่งหมายถึง การมีสัญญากับใจตนเองว่า ฉันหนเดียวตลอดชีวิต , เดินธุดงค์ทุกปีตลอดชีวิต , ไม่ก้มหัวให้เกศิอาจารย์ตลอดชีวิต ” เพราะเมื่อรับหลักธรรมคำสั่งสอนของโลกุตระแล้วจะไปนับถือผู้อื่นไม่ได้ แล้วหลวงพ่อใหญ่จึงถามต่อว่า “ เชื่อหรือไม่ว่าท่านเป็นโลกุตระ ? ” หลวงพ่อเจริญท่านให้คำตอบจากใจจริงว่า “ เชื่อ ” จากนั้นโลกุตระหรือหลวงพ่อให

โดย: [0 3] ( IP )














ความคิดเห็นที่ 5

   ญ่จึงประกาศขึ้นว่า “เพราะฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ท่านจะเป็นผู้นำของมนุษย์ต่อไป ”



และสิ่งที่โลกุตตระ หรือ หลวงพ่อใหญ่ท่านได้กล่าวไว้เกี่ยวกับพุทธศาสนา คือ “เมื่อผ่านถึงกึ่งพุทธกาล คือ2500 ปี ศาสนาพุทธจะหักกลาง” ศาสนาจะดูเสื่อมลง ซึ่งเป็นผลจากการกระทำของชาวพุทธเอง ที่เกิดจากความไม่รู้ คือการซื้อขายพระ จนทำให้ผู้คนหลงใหลในอิทธิฤทธิ์ อภินิหารเป็นจำนวนมาก จนเหลือผู้ที่สนใจแก่นแท้แก่นสารของศาสนาเพียงน้อยนิด ในการที่จะตั้งใจทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำใจให้บริสุทธิ์ 



ดังนั้นการที่โลกุตตระอวตารเป็นมนุษย์คือหลวงพ่อใหญ่ในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะมอบหลักสัจจะธรรม สัจจะปฏิบัติ หนทางนำพาให้สัตว์หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง ให้แก่ผู้ที่จะทำหน้าที่สืบทอดพุทธศาสนาต่อไป คือ หลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์



จากคำบอกเล่าซึ่งเป็นการเปิดเผยของหลวงพ่อเจริญ ปานจันทร์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโลกุตระที่มีต่อท่าน จึงพบว่าบทโคลงทำนายของนอสตราดามุส มีเนื้อหาใจความตรงกับเรื่องราวเหล่านี้เป็นอย่างมาก 



ขอบคุณ "หนุมาณผู้นำสาร" ครับ 



รูปที่นำมาแสดงคือ รูปวิหารของหลวงพ่อเจริญท่านครับ




โดย: 1330/20 [5 ก.พ. 54 22:16] ( IP A:223.207.161.27 X: )


 


บันทึกการเข้า
chanita
ขั้นเซียน
***

พลังใจ: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #6 เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2011, 12:02:14 AM »




รูปหลวงพ่อใหญ่ จาก website สำนักสงฆ์ถ่ำกระบอกค่ะ



หลวงพ่อใหญ่





















 




















 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม, 2011, 12:02:54 AM โดย chanita » บันทึกการเข้า
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #7 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2011, 11:28:29 AM »


 













*** โลกุตตระ ****-02-2008, 09:08 PM  



โลกุตตระอวตาร ทั้งหมด ๔๔๗ ปรางค์

คือ กระจายกำลังเป็น ๔๔๗ ปรางค์

เป็น ฐานยกกำลัง

เป็น ผู้หญิง ๔๐ ปรางค์

เป็น พระพุทธเจ้า ๕๒ ปรางค์ คือ เป็นตัวนำ เป็นสักขีพยานให้กับโลกุตตระ

เป็น มนตรี ๔ ปรางค์ คือ เป็นที่ปรึกษา

เป็น ธาตุ ๔ ปรางค์ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นองค์ประกอบ เป็นพี่เลี้ยง



พระองค์หนึ่ง มีกำลัง ยึดจริง ทำจริง เชื่อจริง ก็จะมีกำลัง ๔๔๗

เป็นอำนาจต่อรองกับจักรวาล



หัวหน้า สมเด็จพุทธาจารย์เฒ่า ....ทำหน้าที่ไปเยือนทุกถิ่น เพื่อโปรดสัตว์



มนตรี เป็นตัวถ่ายเท เบี่ยงเบน...กรรมสามารถหมดไปได้



หลักยืน ท่านส่งสัจจะมาให้....เชื่อว่าสัจจะมีผลตอบแทน

นอกนั้นเป็นอภินิหารของโลกุตตระ ที่จะหักเห แสง เสียง กรรม

ซึ่งปกติจะเป็นไปตามหลักธรรมชาติ



สิ่งที่เราเห็น และไม่เห็น...ก็มี



- " หนุมาน ผู้นำสาร "


ฯ ๗๑


 


บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #8 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2011, 11:39:46 AM »


12-12-2008, 09:57 PM



*** ดวงจันทร์ ****





ดวงจันทร์ อยู่เหนือโลก

ดวงจันทร์ เป็นหน้าต่างโลก

มองดูดวงจันทร์ ก็ลืมความทุกข์ได้





โลกุตตระรรม เป็นธรรมเหนือโลก

โลกุตตระธรรม นำพาสัตว์โลกพ้นทุกข์

โลกุตตระมองลงมาที่โลก จากดวงจันทร์





ดวงจันทร์ คือ โลกุตตระธรรม

ทำให้ท่านคิด ทำให้พิจารณา ให้เห็นธรรม รู้ธรรม รู้ทำนำพาให้พ้นทุกข์



- " หนุมาน ผู้นำสาร "


บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #9 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2011, 12:00:53 PM »


ประวัติแม่ชีเมี้ยน




 




ประวัติแรกเริ่ม แม่ชีเมี้ยน เกิดที่อำเภอหนองแก้ว จังหวัดลพบุรี และย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ใกล้กับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต  ต่อมาได้บวชเป็นชี ที่วัดคลองเม่า และได้ชักชวนหลานชาย คือ ท่านเจริญ ปานจันทร์ มาบวช  และต่อมาท่าน จำรูญ ปานจันทร์ ได้ตามมาบวช


 


จนกระทั่ง ปี พุทธศักราช ๒๕๐๑ จึงได้นำพระ ๖ รูป และ สามเณร ๓ รูป ขึ้นไปพำนัก ที่ถ้ำกระบอก โดยพระสำนักถ้ำกระบอกนี้มีลักษณะที่ท่านได้กล่าวว่า เป็นพระพุทธกาล คือ ฉันมื้อเดียว รวมกันในบาตร เรียกการฉันลักษณะนี้ว่า "เอกากังคัง" , รถเรือไม่ขึ้น จะไปไหน ต้องเดิน ไม่มีการยกเว้น แม้จะอาพาธ, เงินทองไม่รับ ไม่มีการรับเงินและถือเงินโดยเด็ดขาด, ถือธุดงค์เป็นวัตร คือ มีการเดินธุดงค์ทุกปี ประมาณ สามเดือน, ลักษณะเด่นอีกอย่างที่คนสมัยนั้นเรียกพระถ้ำกระบอกก็คือ พระกรรมกร  อันเนื่องจากเหตุของคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน ที่ว่า พระพุทธกาล กินแล้วไม่นอน และคำกล่าวขานที่พระถ้ำกระบอกเรียกแม่ชีเมี้ยน คือ หลวงพ่อใหญ่ โดยมีนามของท่าน คือ "องค์เขตะมารัจจะ" หรือ "องค์โลกุตระธรรม" และเป็นผู้ที่สร้างบทสวด หลายร้อยบท อันเป็นเอกลักษณ์ของถ้ำกระบอก ที่ไม่เหมือนสำนักสงฆ์ใดๆ อันเป็นที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะท่านไม่รู้หนังสือ ไม่เน้นศีล แต่เน้นที่การถวายและทำสัจจะ หรือ ที่เรียกกันว่า "สัจจะธรรม"การกระทำใดๆ ของทั้งสงฆ์และฆราวาส จะกระทำโดยการถวายสัจจะ เป็นข้อๆ มีระยะเวลา อีกทั้งไม่มีการสร้าง โบสถ์ วิหารหรือ กฐิน ผ้าป่า ใดๆ


 



บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
หนุมาน ผู้นำสาร
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกใหม่
*****

พลังใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #10 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2011, 11:37:24 PM »


*** โลกุตตระ ****



พระไตรปิฎก โลกุตตระอุบัติเกิด....ไม่มีผู้ใดล่วงรู้



- " หนุมาน ผู้นำสาร "








* 7.jpg (165.52 KB, 667x500 - ดู 9672 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 สิงหาคม, 2011, 11:41:46 PM โดย หนุมาน ผู้นำสาร » บันทึกการเข้า
หนุมาน ผู้นำสาร
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกใหม่
*****

พลังใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #11 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2011, 11:45:35 PM »


*** ครั้งหนึ่ง ณ โลกุตตระภูมิ ****



แม่ให้ไป...



- " หนุมาน ผู้นำสาร "




* 2.jpg (1053.07 KB, 1830x1717 - ดู 8192 ครั้ง.)

* 2.jpg (100.22 KB, 533x500 - ดู 7065 ครั้ง.)

* 22.jpg (110.19 KB, 572x500 - ดู 7257 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 สิงหาคม, 2011, 11:54:25 PM โดย หนุมาน ผู้นำสาร » บันทึกการเข้า
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #12 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2011, 08:52:11 AM »


ขอบคุณที่รับข่าวสารได้ค่ะ ผู้ช่วยไม่อยู่แล้ว ต้องทำงานคนเดียว กำลังหาคนช่วยทำงานอยู่ ไม่นานน่าจะได้สักคนที่เปนตัวจริง ไม่หวั่นไหวในความเชื่อ สิบประการ ใครมีหน้าที่จะได้มาทำ



๑ เปนโลกาวินาศน์ ยังหวาดหวั่นว่าจะพัฒนาคนไหนได้เท่าไรกัน....จึงไม่มีใครล่วงรู้เรืองของโลกุตตระ ... ดิฉันยังมาเกิดไม่ืทัน



การอธิษฐานจิต จึงมีึความสำคัญ หากได้คนมีอธิษฐานจิต คนที่ตั้งสัจจะไว้



 


บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #13 เมื่อ: 28 มกราคม, 2012, 07:05:06 PM »


ดิฉันไม่ได้เขียนกระทู้นี้มานาน เพราะหาข้อมูลไม่ได้ ท่านใดมีช่วยนำมาแสดงไว้าบ้างก็ดีค่ะ


บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
แสนสวาท
เพื่อนสนิทมาก พลังใจ
ขั้นเทพ
*****

พลังใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


จิตวิญญาณใจ


« ตอบ #14 เมื่อ: 28 มกราคม, 2012, 07:58:22 PM »











เก่า 04-07-2008, 01:09 PM





 



*** โลกุตตระธรรม ****



จุดเริ่มของ สัจจะปฏิบัติ ในยุคกึ่งพุทธกาลนี้...อยู่ที่ องค์โลกุตตระเขตะมารัจจะ

อยู่ที่ถ้ำกระบอก ใกล้ๆ ลพบุรี

จะถือในสัจจะ ปฏิบัติจริง ทำจริง ในสิ่งที่กล่าวไว้



โลกุตตระ...โปรดเมตตา กล่าวเตือนเรื่องภัยพิบัติหลังกึ่งพุทธกาล

ไม่ได้สอน ถ้าถามจึงบอก บอกคนที่ควรบอก

ข้าพเจ้าพยายามนำ หลักสัจจะธรรม และ สัจจะมาเปิดเผย

ให้ท่านมีโอกาสหลุดพ้นทุกข์ ด้วยโลกุตตระธรรม



หาก อยู่ในหลักโลกุตตระธรรม

จะสอนใน หลักสัจจะธรรม

คือ ตัวกระทำมีจริง ตัวกระทำไม่ตาย ตัวกระทำมีผลตอบแทน

หากรู้จักในตัวกระทำ ก็จะเข้าใจในหลักสัจจะธรรม



- " หนุมาน ผู้นำสาร "


บันทึกการเข้า

www.suwankhomkhum.com
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


* Share this topic....
For the Forum.
(BBCode)
Site / blog.
(HTML)

น้ําดื่มสิงห์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.472 วินาที กับ 20 คำสั่ง